ตอนเดินออกมาจากเขตปราสาทนครวัดก็เป็นช่วงเวลาโพล้เพล้ พระอาทิตย์กำลังจะทิ้งดวง ผู้คนก็เริ่มทยอยเดินออกมาข้างนอก ระยะทางที่เดินจากตัวปราสาทด้านในถึงด้านนอกกินระยะทางร่วมกิโลได้ ตอนเย็นๆผู้คนนักท่องเที่ยวออกมาเต็มไปหมด รถบัส รถตู้ รถสามล้อเครื่องก็รอกันขวักไขว่อยู่ด้านหน้า ต้องคอยมองหารถของตนเอง
เหน็ดเหนื่อยจากการชมปราสาทที่ยิ่งใหญ่อย่างนครวัด ก็จะมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองเสียมเรียบ (ไม่กี่กิโล) ตรงเข้าที่พักโรงแรม เพื่อให้ได้พักผ่อนอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวขึ้น
โรงแรมที่เลือกใช้ครั้งนี้ ชื่อ โรงแรมซิตี้รอแยล City Royal เป็นโรงแรมระดับสี่ดาว
โรงแรมที่พักในเสียมเรียบนับวันก็จะมีมากขึ้นเพราะนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวกันตามกิตติศัพท์ปากต่อปาก
เพิ่งไปเห็นสถิติผู้คนที่เข้ามาเยือนกัมพูชา
(Cambodia Top 10 Tourist Arrivals)
ปี 2548 มีรวมทั้งหมด 1,055,202 คน
ปี 2549 ที่ผ่านมามี 1,421,615 คน มากขึ้นจากปีกลาย 34.72 % (ตั้งเกือบ 4 แสนคน)
ปี 2549 พวกมามากสุดคือ
1.พวกแดจังกึม เกาหลีใต้ ประมาณ 2 แสนกว่าคน
2.พี่ยุ่น ญี่ปุ่น ประมาณ 1 แสน 3 หมื่นคน
3.ลุงแซม อเมริกัน ประมาณ 1 แสนเศษ
4.ฝรั่งเศส ฟรองซ์เซ่ ประมาณ เกือบ 7 หมื่น
5.สหราชอาณาจักร ไพร่ฟ้าของควีนส์เอลิซเบ็ธ ประมาณ 6 หมื่น 6
6.ไทยแลนด์ เพื่อนเสียมกุก ประมาณ 6 หมื่น 3
7.จีนพี่เต้ย ประมาณ 5 หมื่น 9
8.จีนไต้หวันน้องนุช ประมาณ 5 หมื่น 4
9.น้องเวียต แหนมเนือง ประมาณ 4 หมื่น 9
10.จิงโจ้ ออสเตรเลีย ประมาณ 4 หมื่น 7
เห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวแล้วบอกได้ว่าเยี่ยม
รายได้งามหล้ายหลาย
มาดูโรงแรมที่พักของ ซิตี้รอแยล City Royal โรงแรมนี้มีรูปอาคารเป็นตึกสี่เหลี่ยมหน้ากระดานยาวหลังคาเป็นสามเหลี่ยมลาด มีการตกแต่ที่หน้าจั่วเป็นลวดลายแบบกนก มีจำนวนชั้น 4 ชั้น มีสระว่ายน้ำอยู่ด้านหลัง มีห้องอาหารขนาดใหญ่
มาตรฐาน 4 ดาวแบบพื้นๆ ไม่ถึงขันหรูหราที่เรียกว่า เดอลุกซ์
ที่เสียมเรียบมีโรงแรมระดับเดอลุกซ์ประมาณไม่เกิน 10 แห่ง ส่วนใหญ่จะมีระดับ 4 ดาวแบบ City Royal สำหรับระดับ 3 ดาว และเกสต์เฮาส์ก็มีจำนวนมาก
ห้องนอนของ City Royal จัดเรียบๆแต่น่าพัก มีทีวี รับช่องสถานีไทยได้เพราะอยู่ไม่ไกลจากไทยมีเคเบิ้ลทีวีและช่องท้องถิ่นเขมรหลายช่อง (มากกว่า 3 ช่อง) ห้องสุขภัณฑ์มาตราฐานอยู่ในเกณฑ์ดี มีตู้เย็นบริการขายเครื่องดื่มและของขบเคี้ยว (Mini Bar)
ได้พักผ่อนอาบน้ำ ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ไปรับประทานอาหารค่ำกัน
ค่ำวันนี้จะนำไปรับประทานอาหารกันที่
ภัตตาคารแม่โขง (คนไทยเป็นเจ้าของ) พร้อมชมการร่ายรำนาฏศิลป์ และการละเล่นพื้นเมือง ภัตตาคารแม่โขงนี้อยู่บนถนนหลวงสาย 6 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินเสียมเรียบ พื้นที่ของภัตตาคารนั้นกว้างขวางใหญ่โต รับนักท่องเที่ยวได้ถึงพันคน อาหารบริการแบบบุฟเฟต์ มีหลากหลายชนิดแบบไทยๆ เอเซียแซมด้วยตะวันตกด้วย
อาหารที่นี่มีมากจริงๆ รวมทั้งขนมหวานแบบไทย เขมร แบบตะวันตก ผลไม้ ไอศครีม น้ำแข็งไส
เรื่องอาหารการกินในเสียมเรียบไม่ต้องเป็นห่วงเลย จัดอยู่ในเกณฑ์ดี
มาดูการแสดงที่ทางเขมรโชว์นักท่องเที่ยว ถ้าเป็นคนไทยละก้อจะคุ้นเคยกับการแสดงเป็นอย่างดี เพราะอิทธิพลของเพื่อนบ้านที่มีต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นการร่ายรำคล้ายกับรำโขน การฟ้อน การละเล่นพื้นบ้าน เรื่องที่เล่นเช่น รามเกียรติ์ เป็นต้น การร่ายรำพร้อมคำร้อง ที่เปล่งว่า จ๊ะเอ๋.. จ๊ะเอ๋ ใครให้ใคร ต้องขออภัยนะครับ ยังไม่ทราบ เพราะมิได้สอบถามและค้นคว้ามา ตัวห้องโถงของภัตตาคารนั้นโอ่อ่า และมีพัดลมพ่นไอน้ำช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี หลังอาหารแล้วค่ำคืนนี้คงได้หลับสนิทเป็นแน่ เพราะเป็นวันแรกของการเดินทาง ที่ต้องตื่นนอนแต่เช้าตรู่มากๆ ด้วยที่ว่าต้องจับไฟลท์ที่ออกแต่เช้า แล้วมาเที่ยวต่อเนื่องตลอดวัน
พักผ่อนให้สบายๆและเต็มที่นะครับ
วันรุ่งขึ้นมีรายการเต็มเอียด