David 的个人资料Do you know that the wor...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


1月13日

จะเที่ยวนครวัด ก็เผื่อเวลาหน่อย มันใหญ่น่ะครับ

นำเดินเข้าใกล้ตัวปราสาท ที่สร้างอย่างกับต้องการเป็นภูเขาพระสุเมรุ

 

ฉนั้นต้องขึ้นไปชมเป็นชั้นๆ ดูงานแกะสลักตามผนังของระเบียง ที่เปิดโปร่งด้านนอก (ถ้าเทียบกับระเบียงคดของวัด ในไทย เช่น ที่วัดพระแก้ว ระเบียงคดจะเปิดโปร่งด้านใน คือ ต้องเดินผ่าประตูเข้าไปเสียก่อนแล้ววกดูงานเขียนสีจิตรกรรมฝาผนังๆ ที่ปิดด้านนอก)

 

ที่ระเบียงชั้นแรก มีทางเข้าทางประตูทิศตะวันตก 3 ประตูเช่นเดียวกับทางทิศตะวันออก แต่ทิศเหนือและทิศใต้มีเพียงประตูเดียว โดยรอบระเบียงมีภาพสลักหินใหญ่ๆ รวม 8 ภาพด้วยกันเกี่ยวกับอวตารของพระนารายณ์ และประวัติของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เพราะพระองค์ผู้สร้างปราสาทนครวัดทรงถือว่า พระองค์ก็เป็นอวตารของพระนารายณ์เช่นกัน การเดินชมภายในปราสาทนครวัดจะเดินเวียนซ้าย โดยถือเอาตัวปราสาทองค์กลางไว้ด้านซ้ายมือของเรา เพราะสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บรรจุพระบรมศพ ภาพสลักที่เหลือส่วนใหญ่เป็นภาพเรื่องรามเกียรติ์

       

ระเบียงด้านตะวันตกส่วนใต้ เป็นภาพยาวประมาณ 50 เมตร เป็นภาพสลักแบนมาก มีการใช้พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหลังภาพ คือ สลักโดยไม่มีเว้นที่ว่างเปล่าเลย เป็นภาพเล่าเรื่อง มหาภารตะ ตอนพระอรชุนของฝ่ายปาณฑพ กับแม่ทัพฝ่ายเการพชื่อ ภีษมะ รบพุ่งกันที่ทุ่งกุรุเกษตร โดยฝ่ายเการพอยู่ด้านซ้ายของภาพ และฝ่ายปาณฑพ อยู่ด้านขวาของภาพ ด้านซ้ายของภาพเป็นภาพของภีษมะถูกยิงด้วยศร, ภาพทุรโยธน์, ภาพโทรณะไว้ผมแบบพราหมณ์ ไม่สวมมงกุฎ, ภาพกรรณะ ส่วนทางขวาคือ พระอรชุน และพระกฤษณะซึ่งมี 4 กร ทำหน้าที่เป็นสารถีให้พระอรชุน, ภาพภีมะ

 

มหาภารตะ เป็นวรรณคดีที่แต่งขึ้นในประเทศอินเดียตั้งแต่สมัย 500 ปีก่อนคริสต์กาล บางตำราก็เชื่อว่าแต่งขึ้นตั้งแต่ 1,400-1,000 ปีก่อนคริสต์กาล เป็นวรรณคดีที่มีความยาวทั้งสิ้น 100,000 โศลก ประมาณ 220,000 บรรทัด แบ่งเป็นตอนได้ 18 บรรพ มีความยาวกว่ามหากาพย์อีเลียด และโอดิสซี่ รวมกัน 7 เท่า เชื่อกันว่าผู้แต่งคือ ฤาษีเวท วยาส หรือกฤษณะไทวปายนะ วยาส ผู้เป็นปู่ของสองพี่น้องตระกูลเการพ และปาณฑพ และเป็นเหลนของท้าวภรต ที่เป็นชื่อต้นของวรรณคดีนี้ (ภารต) และท้าวภรตผู้นี้เป็นโอรสของท้าวทุษยันต์ และนางศกุนตลา ในบทละครพระราชนิพนธ์เรื่อง ศกุนตลา ของรัชกาลที่ 2

 

เป็นเรื่องราวความขัดแย้งของกษัตริย์ 2 ตระกูลที่เป็นญาติพี่น้องกัน คือ พวกเการพ (เการว) ตัวแทนของอธรรม ความชั่ว และความมืด และพวกปาณฑพ (ปาณฑว) ตัวแทนของธรรมะ ความดี และความสว่าง ทั้งสองตระกูลต่างนำกองทัพเข้าทำสงครามกันเพื่อแย่งชิงเมืองที่พวกเการพใช้อุบายโกงเอาไปจากพวกปาณฑพ การรบกระทำติดต่อกันนานถึง 18 วันที่สมรภูมิทุ่งกุรุเกษตร แถบลุ่มแม่น้ำคงคาในภาคเหนือของอินเดีย

 

ก่อนที่สงครามจะเริ่ม อรชุนเกิดความท้อแท้ เศร้าสลด สับสน และขัดแย้งทางจริยธรรมที่ญาติพี่น้องต้องมาประหัตประหารฆ่าฟันกันเองจนไม่อยากออกรบ พระกฤษณะซึ่งเป็นสารถีขับรถศึกให้อรชุน ต้องแสดงองค์เป็นพระวิษณุให้อรชุนเห็นแล้วปลุกปลอบให้กำลังใจ สอนให้เข้าใจถึงภาระหน้าที่ของความเป็นกษัตริย์ที่เป็นนักรบ ต้องทำสงครามเพื่อราชอาณาจักร แม้จะฆ่าคนก็ไม่ถือว่าเป็นบาป เพราะจิตมุ่งที่หน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทรงสั่งสอนพระอรชุนด้วยปรัชญาชีวิตอันเป็นคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า ปรัชญาที่ว่านี้คือ คัมภีร์ภควัทคีตา  หรือ บทเพลงสรรเสริญของพระผู้เป็นเจ้า ถือเป็นบทประพันธ์ที่มีความไพเราะ มีความหมายทางปรัชญาการดำรงชีวิต ให้เข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า)

 

บริเวณมุมด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้  ส่วนเหนือเป็นภาพพระรามตามกวางทอง / ภาพพระกฤษณะยกเขาโควรรธนะ / ภาพกูรมาวตาร หรือกวนเกษียรสมุทร มีภาพพระอาทิตย์กับพระจันทร์   ส่วนตะวันตกเป็นภาพทศกัณฐ์แปลงเป็นตุ๊กแกแอบเข้าไปในห้องของพระอินทร์ / ภาพพระกฤษณะยังทรงพระเยาว์กำลังลากครกหิน / ภาพทศกัณฐ์กำลังโยกเขาไกรลาศ   ส่วนใต้เป็นภาพพระกามเทพกำลังแผลงศรใส่พระศิวะ / ภาพการฆ่าประลัมพ์ และพระกฤษณะกำลังดับเพลิง / ภาพการต่อสู้ระหว่างสุครีพกับพาลี มีพระรามกำลังแผลงศรฆ่าพาลีตายในอ้อมแขนของนางตารา   ส่วนตะวันออกเป็นภาพพระกฤษณะรับเครื่องบูชาที่เตรียมไว้บูชาพระอินทร์ / ภาพงานรื่นเริงทางน้ำแห่งทวารวดี และการชนไก่

       

ระเบียงด้านใต้ส่วนตะวันตก เรียกกันว่า ระเบียงประวัติศาสตร์ สลักเรื่องของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ทางด้านซ้ายในชั้นต้นจะสลักเป็น 2 แนว ซึ่งถือกันว่าคงสลักขึ้นในรุ่นหลังของปราสาทนครวัด เป็นภาพขบวนเสด็จของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในมือจะถือสัตว์ชนิดหนึ่งรูปร่างคล้ายตุ๊กแก ประทับอยู่บนแท่นที่ทำด้วยไม้แต่ขอหล่อด้วยสำริด แวดล้อมด้วยฉัตร 15 คัน มีภาพสลักรูปคนทำมือประสานกันที่หน้าอกเป็นการแสดงความเคารพ ทางด้านข้างมีข้าราชสำนักและพวกพราหมณ์อยู่ด้วย พราหมณ์เหล่านี้มีใบหน้ายาว จมูกเล็กงุ้ม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นชาวอินเดีย ทั้งหมดไว้ผมยาว บางคนนุ่งผ้าโจงกระเบนด้วยผ้าที่มีลวดลายประดับอย่างมีระเบียบ และคงจะเป็นขุนนางชั้นสูง บุคคลอื่นที่นุ่งผ้าธรรมดาและไม่มีเครื่องประดับเลยคงเป็นนักบวช คนหนึ่งกำลังนั่งคลำลูกประคำอยู่ บางจุดเป็นช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เข้าไปในหิน แต่ก่อนอาจมีโลหะฝังอยู่ด้วยแล้วชาวนาได้ขุดตัดออกไปหล่อทำจอบทำเสียมก็เป็นได้ บางคนกล่าวว่าอาจเป็นการนำเอาพวกเพชรนิลจินดามาซ่อนแล้วเอาหินปิดไว้ก่อนเกิดสงคราม

 

ตรงกลางเป็นภาพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ทรงช้างออกศึก มีจารึกบอกพระนาม ทรงสวมมงกุฎ แวดล้อมด้วยฉัตร 15 คัน ทรงถืออาวุธประเภทง้าว มีรูปธงเป็นเสาไม้หล่อรูปครุฑกำลังบินวางเสียบอยู่บนหัวเสา เป็นธงแบบกระบี่ครุฑยุดพ่าห์ของไทย มีแม่ทัพที่มียศศักดิ์สูงต่ำต่างกัน โดยสังเกตได้จากจำนวนฉัตรหรือกลดที่อยู่ล้อมรอบ มีจารึกเล็กๆ บอกชื่อแม่ทัพทุกคน  ถัดไปเป็นขบวนโหราจารย์ พราหมณ์ถือกระดิ่งในมือ ซึ่งการเคลื่อนทัพนั้นเกี่ยวข้องกับพิธีทางศาสนาด้วย ด้วยเหตุนั้นจึงเห็นมีบรรดาพวกพราหมณ์เดินควบคู่ไปกับภาชนะรูปโค้งชนิดหนึ่ง ซึ่งจารึกกล่าวว่าเป็นที่บรรจุไฟอันศักดิ์สิทธิ์

 

หน้าขบวนทัพมีทหารต่างชาติกำลังเดินอยู่ ใบหน้าเป็นแบบพวกมองโกลอยด์ ใบหน้ารูปไข่ คิ้วโก่ง ผมเกล้าสูงขึ้นไป ประดับด้วยขนนกหรือใบไม้ เครื่องแต่งตัวประกอบด้วยผ้า ซึ่งมีอุบะยาวห้อยอยู่โดยรอบ แต่งกายผิดกับทหารกลุ่มอื่นๆ นุ่งผ้าคล้ายกางเกง มีหวายร้อย คาดเข็มขัดมีชายสวยงาม สวมเสื้อกั๊ก แม่ทัพมีกลดกางกั้น  มีจารึกสั้นๆ บอกให้ทราบว่า พวกนี้ คือ เสียมกุก หมายถึง กองทัพชาวสยาม เชื่อว่าเป็นกองทัพอาณาเขตตอนเหนือของเมืองพระนคร ซึ่งขณะนั้นขอมปกครองอยู่ ได้ส่งกองทัพมาช่วยรบ แต่ปัจจุบันจารึกนี้ได้ถูกขูดออกไป กองทัพขบวนอื่นจะเดินเรียงแถวกันเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ขบวนของเสียมกุกจะเดินไม่เป็นระเบียบ หันหน้ามาพูดคุยกันบ้าง เดินก็ไม่พร้อมกัน ไปกันคนละทิศละทาง ส่วนทหารอื่นๆ สวมหมวกรูปร่างแปลกประหลาด มีเครื่องประดับอยู่ข้างบนเป็นรูปหัวนกหรือหัวสัตว์ ถือหอกและโล่ และมักมีมีดเล็กๆ ห้อยอยู่หน้าคอขนานไปกับสายสร้อย

       

ระเบียงด้านใต้ส่วนตะวันออก  เป็นภาพใหญ่ยาวประมาณ 60 เมตร ทำเป็น 3 แนวซ้อนกันตามแนวนอน คือ สวรรค์ โลกมนุษย์ และนรก  เป็นภาพการพิพากษาคนตายโดยพระยม เทพเจ้าแห่งความตายที่ทรงกระบือ (ควาย) เป็นพาหนะ มีจารึกบอกชื่อสวรรค์และนรกไว้รวม 36 แห่ง จากจำนวนนรก 32 ขุม และสวรรค์ 37 แห่ง ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อกษัตริย์สิ้นพระชนม์แล้วจะเข้าไปรวมกับพระยม  มีจารึกชื่อ ยมราช เป็นผู้ตัดสิน ผู้ใดซื่อสัตย์ต่อกษัตริย์ ตายไปจะได้ขึ้นสวรรค์ ผู้ใดคิดคดก็ให้ลงนรก

 

ภาพสลักในช่วงต่อมาจะแบ่งออกเป็น 2 แนว จะเห็นพระยมกำลังบัญชาการให้ผู้ช่วย 2 คน ซึ่งเป็นนายทะเบียนคือ ธรรมะ และจิตรคุปต์ รับคนทำบาปไปทรมานด้วยวิธีต่างๆ ตามที่ได้ทำบาปอะไรมา โทษก็จะหนักเบาตามนั้น เช่น ถูกหักกระดูก เลื่อยตัดร่างกาย ตะปูตอกศีรษะ เหล็กเผาไฟจี้ที่ท้อง เป็นต้น ส่วนพวกที่ทำกรรมดีก็จะถูกแยกไปขึ้นสวรรค์ มีที่อยู่ประดับด้วยธงทิว ล้อมรอบด้วยนางอัปสรและดอกไม้ ภาพสลักเหล่านี้เริ่มเป็นภาพขนานมีเส้นแบ่งภาพ มีภาพเทวดา สวรรค์ นางฟ้า ด้านล่างเป็นนรก มีแนวครุฑแบก สิงห์แบกแบ่งระหว่างสวรรค์กับนรก

       

บนเพดานของระเบียงจะเห็นว่าทำด้วยปูน แต่ทำลวดลายประดับเหมือนของเดิมที่ทำด้วยไม้ เพราะฝรั่งเศสได้มาซ่อมขึ้นใหม่ทีหลัง แต่เนื่องจากไม้มีราคาแพง หาได้ยาก ไม่อยากสิ้นเปลือง จึงหล่อด้วยปูน แต่ยังคงแบบและลวดลายเหมือนของเดิม

 

ดูข้ามไปยังกรอบต่อไปครับ

评论 (1)

请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


还没有 Windows Live ID 吗?请注册

rkbenjii发表:
สวสัดีครับน้าเดชา นี่เบนเอง ที่ไปโครเอเชียด้วยกันกับค็อตโต้หน่ะ
ผมกลับมาถึง ว่างๆก็มาเปิดดูสเปซของน้าเลย ทำให้ผมค้นพบว่า deb12358 คือ น้าเรียนเทพศิรินทร์นี่เอง
ใช่มั้ยครับ ฮ่าๆ ญาติผมหลายคนก็เป็นลูกแม่รำเพยเหมือนกันนะ แต่เค้าจบกันไปนานแล้ว
ตอนนี้ผมกำลังติดเพลงอยู่เพลงนึง ..."อโห กุมาร" ฮ่าๆ เพื่อนผมที่เตรียมฯมันเปนศิษย์เก่าเทพ ให้มันสอน
ตอนนี้ร้องได้สักประมาณ4-5บทได้แล้วมั้ง แล้วก็ บูมเทพฯเป็น เราเทพฯก็ร้องเปน
ไว้ผมจะหาเวลาไปทานอาหารร้านครัวบุญชูศรีให้ได้ แล้วจะไปร้องให้ฟัง
แล้วผมจะเอารูปที่ถ่ายลงสเปซผมด้วยว่างๆลองเข้าไปดูนะครับ
ถึง"ปัจฉิมลิขิต" ผมก็จะลงว่า ผมเป็นเด็กอัสสัมเก่า ขึ้นสแตนจตุฯข้างเทพเลย !!
"เทพศิรินทร์... สู้สู้!! เทพศิรินทร์... สู้ตาย!! เทพศิรินทร์... ไว้ลาย!! เทพศิรินทร์... สู้สู้!!"
10 月 21 日

引用通告

此日志的引用通告 URL 是:
http://deb12358.spaces.live.com/blog/cns!62185CCF26105DF7!613.trak
引用此项的网络日志